ฝนตก .... อากาศดี

posted on 14 Nov 2009 14:07 by charice-k-chrn

เวลาเพิ่งบ่ายสอง  เสียงฟ้าร้องเบาๆที่ฟังแล้วไม่เบา  มองทะลุกระจกใสออกไป  พบภาพสีกึ่งซีเปีย แต่ฟ้าก็ยังสีฟ้า แม้มันจะเริ่มเข้มขึ้น ตามระดับเสียงคำรามที่บอกให้รู้ว่า  "เดี๋ยวจะตกละนะ"  อากาศแบบนี้แม้อยู่คนเดียวอาจทำให้รู้สึกเหงาไปบ้าง  แต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นแหละ  สำหรับฉันแล้ว สภาพแวดล้อม หรือสถานะ ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว เพราะฉันเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง  และใช้ชีวิตให้มีความสุขจากประโยคที่คนชอบพูดว่า "จะทำอะไรก็รีบทำ  เวลาคนเรามีไม่เท่ากัน  จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้"

 นั่นแหละ ฉันมีเรื่องที่อยากทำเยอะแยะไปหมด บางทีเยอะจนไม่รู้จะทำอะไรก่อน  ฉันยังอยากตัดกระดาษแผ่นเดียวให้เป็นบ้าน  ยังอยากวาดรูปจากแรงบรรดาลใจ (ที่ต้องรอให้มันมาก่อน ) ยังอยากเล่นกีต้าร์เป็น  ยังอยากดูแลพ่อแม่ พี่สาว  คุณยาย  ยังอยากนั่งเล่นในสนามหญ้าโล่งๆ  ยังอยากไปวาดรูปที่สวนสาธารณะ  และยังอยากทำอะไรอีกเยอะแยะที่พิมพ์ไม่หมด  แต่ฉันยังไม่เคยคิดอยากมีคนรู้ใจซักที

 

ไม่ใช่ไม่อยากมี  แต่รู้สึกว่าคงไม่มีใครเข้าใจฉัน  และยอมรับในโลกส่วนตัวของฉันได้  ฉันยังรักอิสระที่มีมานานนี้อยู่และรู้ว่าทุกคนก็รักมันเหมือนกัน  ฉันมีความสุขนะที่ได้ฟังเพลงรัก  แต่แค่รู้สึกว่ามันเพราะ  ไม่ได้พิเศษกับมันขนาดที่อยากจะมีใครซักคนขึ้นมาทันที  

 

บ้างครั้งฉันก็รู้สึกว่าความรักมันร้ายกาจเหมือนกัน  มันทำให้คนดีๆ คนปกติ  เสียสมดุลไปได้พักใหญ่  หรืออาจตลอดไป  ฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น  แต่แค่เคยมีประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ ที่ไม่รู้จะเรียกว่าความรัก หรือแค่รู้สึกดี แต่มันก็ทำให้เกิดอะไรบางอย่างกับฉันได้เหมือนกัน   ไว้จะเล่าให้ฟังอีกทีนะ ^^

 

เพราะอากาศแท้ๆ  พาให้ฉันนึกถึงเรื่องนู่นนี่เต็มไปหมด  ไม่ไหวจริงๆ  ถ้านอนอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ และดูการ์ตูนรีบอร์น (เรื่องโปรด) คงจะดีนะ  ว่าแล้วก็ ..... Zzzzz  

 

Ps. ปกติเป็นคนฮา (ถึงฮ๊าาา ฮา ) แต่วันนี้รู้สึกหม่นๆพิกล  ดูหนังอาร์ตยังไงไม่รู้  อากาศก็อาร์ตมาก  

แปลกเหมือนกันแฮะ  อยู่ๆน้ำตาก็ไหลแบบสะอึกสะอื้นเลย  เวลาที่คุยกับคน 3 คนที่เราเจอเค้ามาตั้งแต่เด็ก พอโตก็เจอบ้างไม่เจอบ้าง  ทั้งๆที่เค้าไม่เคยทำร้าย  ไม่เคยคิดร้ายกับเรา  รับรู้ได้แต่ความหวังดี  ความห่วงใย  ความเมตตาแต่กลับร้องไห้ทุกครั้งที่ฟังคำพูดแค่ไม่กี่ประโยค "ดูแลตัวเองดีๆนะ"  "เป็นห่วง"  "กินข้าวรึยัง?" "ไม่เป็นไรหรอก"

 

แค่ไม่กี่คำนี้จริงๆ  ที่ออกมาจากปาก " พ่อ  แม่  พี่สาว "   มันอาจเป็นความรู้สึกผิดที่ทำให้เราร้องไห้ออกมา  ผิดที่ชอบเกเร  ชอบรั้น  ชอบทำอะไรไม่คิดถึงเค้า  ชอบทำให้เค้าเป็นห่วง   และอีกหลายอย่างที่ทำแล้วก็มารู้สึกผิดทุกครั้งที่ได้คุยกัน  ถึงจะต้องร้องไห้ดัวยความอึดอัดใจ  แต่ก็นึกขอบคุณที่เรามีครอบครัวที่ดี  มีคนที่ให้อภัยเราได้เสมอ

 

เราอาจจะยังโตไม่พอที่จะรับผิดชอบอะไรได้เต็มที่   ยังหาเงินมาใช้เองไม่ได้  เลยรู้สึกว่า  เราทำประโยชน์อะไรให้พวกเค้าไม่ได้เลย  ไม่สบายทีนึงพ่อก็จ่ายให้   อยากได้อะไรแม่ก็จ่ายให้  อยากไปใหนพี่ก็พาไป  แล้วถ้าเวลาผ่านไปๆ  เค้าจะเบื่อมั้ยนะ ?  มันทำให้เราอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด  ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้  และหวังว่าวันนึง  จะทำให้พวกเค้าภูมิใจกับเราได้ซักที  

 

 

FRiST

posted on 10 Nov 2009 23:02 by charice-k-chrn

วันนี้เป็นอีกวันที่รู้สึกว่า กึ่งมีความสุขกึ่่งเฉยๆ  เพราะอะไรไม่รู้เหมือนกัน  แต่เป็นวันแรกที่คิดว่าจะทำอะไรดี

กันบล็อคนี้  แน่นอน เราต้องแนะนำตัวก่อน  อ่ะงั้นเริ่ม ^^

ก็เรียกว่าไอซ์ละกันนะ  ตอนนี้เรียนเกี่ยวกับออกแบบกราฟิก มัลติมีเดีย ใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งหน้าคอมฯเพื่อทำงาน

และเล่นเฟซบุ๊ค  555 5  ซึ่งเป็นวิธีคลายเครียด แต่ส่วนตัวเป็นคนเงียบๆ ชอบที่จะอยู่คนเดียวมากว่า  

ชอบฟังเพลงมากกกกกก  ย้ำนะว่ามากจริง  ไม่ต้องมีอะไรก็ได้ในโลกนี้  ขอแค่มีเสียงเพลงที่ชอบ  พอแล้ว

นอกนั้นก็  วาดรูป ดูหนัง  และสำคัญสุด  คืออยู่กับตัวเอง  ซึ่่งจะบอกว่ามันดีมาก  

 

ช่วงนี้ก็เพิ่งเปิดเทอมมา  การบ้านก็ยังไม่มี ( อาจมีแล้วแต่ทำลืมๆไปก่อน) ก็เลยเอางานตอนปี 1+ 2/1 มาให้ดู

เป็นงานที่มีทั้งชอบ  ไม่ชอบ  พอใจ  และ  งงๆ  

 

 

^ อันนี้โปรเจคบ้านลอยน้ำ เลยคิดชื้อโครงการเอง แล้วก็ออกแบบตัว A เอง แต่ใช้จริงก็อันขวา

^ นี่ก็เป็นตัวโฆษณา  จริงๆแล้ว โจทย์ของโปรเจคต์นี้ก็คือ  ถ้าอีก 30 ปี น้ำท่วมกรุงเทพ คุณจะหาวิธีแก้ใขหรือทางออกยังไง ?  พอได้โจทย์มาก็คิดดดดดดดดดดดด  .... นานพอควร  ตอนแรกคิดพิศดารกว่านี้แต่ต้องพับโครงการ  เพราะคิดเป็นโฆษณาไม่ออก  พอดีว่าวันนึงบ้านเพื่อนน้ำท่วม  เลยคิดว่า เดี๋ยวแม่งก็ท่วม  ไม่ต้องรอ 30 ปี  หรือถึงจะรณรงค์ใช้ถุงผ้า  กินผัก  ลดนั่นลดนี่ไป  ถามว่าจะทันไม๊ล่ะ  ดูดิ หนังแม่งยังมี  ก็เลย เออ ใหนๆมันก็ต้องท่วม  ก็ไม่อยากเดินลุยน้ำขาเปื่อย  เลยทำอีบ้านลอยนี่ซะเลย  หลักการ  เหตุผล  วัสดุที่ใช้ก็มีอยู่จริงนะเออ  ไว้วันหลังจะเอามาใส่  ตอนนี้ดูไปก่อน  เป็นงานที่ less is more  มากอย่างที่เห็น

 

 

 

 

 

^ เซ็ตผึ้งข้างบนนี่เป็นออกแบบ character สำหรับงานอนิเมชั่นนิทานวิชา Editing  ใช้เวลาทำ+คิด วันนึง (ไม่นอน) ทรม๊านนนนนนนนนน

 

 

 

^ เซ็ตผีหัวฟูนี่วาดเล่นตอนปี 1 กะจะทำทุกเทศกาล  แต่งานมันท่วมท้น  เลยได้มาแค่นี่  กะจะวาดเพิ่มแต่พอละ

 

^ ส่วนน้องฟอนี่  เป็นออกแบบ character ตอนปี 1  ยังก๊อกแก๊กๆ  

 

 

^ เอาตัวอักษรแรกของชื่อมาจัดองค์ประกอบตาม style ของตัวเอง (ปี 1) 

^ อันนี้รู้สึกจะเป็นงาน crop แต่อันบนเอามุกมาเรียงๆ  

 

 

^ อันนี้งาน typo ชอบอันซ้ายที่สุดแล้ว  ดู Psyche ดี ชอบ

 

 

^ ซ้าย: วาด storyboard แบบ 24 ช่อง ด้วยสีโปสเตอร์ / ขวา: ออกแบบคาร์แรคเตอร์ โดยตอนแรกจะมีงานของเพื่อนอยู่แล้ว  แล้วให้เราเอามาพัฒนาอีกที

 

^ ซ้าย : งาน Retouch รูปตัวเอง / ขวา: เอาศิลปินที่ชอบมาทำ Poster timeline

 

^ งานออกแบบโปสเตอร์หนัง  เลยเอางานของพี่อัพ (ทรงศีล ทิวสมบุญ) ซึ่งชอบมากมาทำ

อันนี้เป็น Lady Blackdress  ชอบอันซ้ายเพราะสวยดี  แต่อันขวาต้องมีใส่เครดิตให้เหมือนโปสเตอร์หนังจริงๆ

 

^ ซ้าย : งาน Ad ใน magazine ส่วนตัวแล้วชอบ MUJI เลยเอามาทำ / ขวา: ถ่ายรูปเล่น แล้วเอา PS แต่ง ^^

 

^ งาน Final Present ทำ Ad รณรงค์เรื่องการไหว้ที่เป็นวัฒนธรรมของคนไทย ประมาณว่า เดี๋ยวนี้คนเริ่มไม่ไหว้แล้ว เลยอยากทำให้รู้ว่า มันจะเหลือแค่ทฤษฏีไว้สอนแล้ว  ไหว้กันซะมั่ง  อะไรทำนองนี้ ^^

 

 

^ อันนี้ออกแบบเว็บไซต์  พอนี้ช่วงนั้นบ้าโลโม่มาก  เลยเอามาทำ  แล้วก็ออกแบบ symbol ที่เป็นลูกโลกเอง

 

หมดแล้วววว  งานช่วงปีหนึ่ง กับงานปีสองนิดหน่อย  แต่ ...........

ก็ยังมีต่อ

ไว้เดี๋ยวจะใส่เพิ่มอีก  แต่อันนี้มันยามไปแล้วววววววววววววววววว   

edit @ 13 Nov 2009 14:34:49 by CHARiCE K. ChrN